เนื่องด้วยในประเทศไทย มีผู้ประสพปัญหาทางการมองเห็นอยู่เป็นจำนวนมากที่มีสาเหตุจากโรคกระจกตา หรือตาดำ ซึ่งศัพท์ทางแพทย์ เรียกว่า Cornea อันอาจจะรักษาให้หาย หรือทุเลาได้ โดยวิธีการผ่าตัด ที่เรียกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา หรือ Corneal Transplantaiton(Keratoplasty) ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยควรจะมีศูนย์ดวงตา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกระจกตาอย่างในอารยะประเทศด้วยการปรึกษา ร่วมกันระหว่าง พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์  (ในขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภากาชาดไทย) ศาสตราจารย์นายแพทย์กอบชัย พรหมินทะโรจน์  และ นายแพทย์พิศักดิ์ สุ่มสวัสดิ์ มีความเห็นพ้องกันว่า สภากาชาดไทยซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลมีความเหมาะสมทุกประการที่จะเป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคดวงตา  เพื่อจะได้นำดวงตาเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์ต่อไป ในปี พ.ศ. 2508 สภากาชาดไทย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาและบริจาคดวงตาสภากาชาดไทยชุดแรก เมื่อ 18 พฤษภาคม 2508  คณะกรรมการชุดแรกได้บัญญัติคำว่าศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษที่ว่า  Thai Red Cross Eye Bankซึ่งสภากาชาดไทยได้ใช้เป็นชื่อของหน่วยงานนี้ตลอดมา  เมื่อวันที่  17  สิงหาคม  2512 ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้รับดวงตาจากผู้บริจาคที่ถึงแก่กรรมเป็นคู่แรกนำมาใช้ทำผ่าตัดให้ผู้ป่วยสำเร็จ 2 ราย เพื่อเป็นการระลึกถึงคณะกรรมการฯมีมติให้ถือเอาวันที่ 17 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ซึ่งต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานคำขวัญเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนให้แสดงความจำนงอุทิศดวงตา  ความว่า “ดวงตาเราคู่นี้แสนมีค่า เกินกว่าจะทิ้งไให้สูญเปล่า  เราไม่อยู่เราไม่ใช้นัยน์ตาเรา ให้คนเขาเก็บไว้ใช้เราได้บุญ