20120216-2 2

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
พระราชทานให้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย

ประจำปี 2519

               “การรู้จักฝึกตนให้เป็นผู้รู้จักสละบ้างเป็นมงคลแก่ตนเองอย่างยิ่ง  ยิ่งเป็นการสละดวงตาเพราะตระหนักว่า  อย่าว่าแต่ดวงตาที่เป็นอวัยวะส่วนน้อยเลย  ตายไปแล้ว  แม้แต่ร่างของตัวที่เป็นสุดที่รักยังเอาติดไปไม่ได้ ดังนี้ด้วยแล้ว  ย่อมบ่งให้เห็นชัดว่าเป็นผู้ที่น่ายกย่องสรรเสริญ”

ประจำปี 2520

                  “เรือนกายอันเป็นที่รัก  เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว  ก็ต้องสูญสลายไปไม่เป็นประโยชน์อันใดแก่ใคร แต่ผู้สละดวงตาไว้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยนั้นยังได้ฝากสิ่งที่รัก แม้เป็นส่วนน้อยนิดหนึ่ง ไว้ให้ส่องสว่างเป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ให้ยืนยาวต่อไปได้  จึงนับว่าเป็นผู้มีน้ำใจเป็นกุศล ฉลาดอย่างยิ่งในการบริจาคทานและชื่อว่าได้บำเพ็ญบารมีขั้นสูงในทางทานด้วย”

ประจำปี 2521

                     “การสละอวัยวะร่างกายให้เป็นทาน  เป็นการบำเพ็ญทานบารมีขั้นสูงในทาง  พระพุทธศาสนา  ผู้สละดวงตาให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นชื่อว่าได้สร้างทานบารมีขั้นสูงนั้นไว้สมบูรณ์เต็มเปี่ยม”

ประจำปี 2522

                    “ดวงตาเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย  บุคคลใดที่สูญเสียดวงตาตกอยู่
ในความมืด  จึงมีสภาพที่คับแค้นน่าสงสาร  ฉะนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแก้วตามนุษย์ได้  จึงเป็นโอกาสให้ผู้ที่มีใจเมตตากรุณาสามารถบริจาคดวงตาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตนแล้วให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น  เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง  เพราะการทำให้ผู้ที่ทุกข์ได้มีความสุข
เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ”

 ประจำปี 2523 

                    “ขณะที่มีชีวิตอยู่ เราสามารถบริจาคทานให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้  เมื่อตายแล้ว  การบริจาคต้องระงับไป  แต่ยังมีสิ่งหนึ่งเหลืออยู่เป็นที่ต้องการ  เพราะเป็นประโยชน์แก่มนุษย์คือ ดวงตา เหตุใดเล่าเราจึงจะหวงแหนไว้ไม่บริจาคให้เป็นทานแก่คน เบื้องหลัง”

ประจำปี 2524

“ให้ดวงตามีค่ากว่าให้ทรัพย์  เหมือนให้ชีวิต และปัญญาพร้อม”

ประจำปี 2525

“ดุจแสงอรุณใส  สว่างไสวล้างโศก  มาช่วยกันส่องโลก ด้วยการให้ดวงตา”

ประจำปี 2526

                    “การบริจาคดวงตา  เหมือนให้แสงสว่าง  คือ  ปัญญาเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดง
พระธรรมให้แสงสว่างแก่จิตใจประชาชนจึงเปรียบเหมือนพระพุทธองค์ทรงจุดประทีปในที่มืด”

ประจำปี 2527

“บริจาคดวงตามหากุศล  เหมือนชุบคนให้กลับฟื้นคืนชีพใหม่”

ประจำปี 2528

“อันมนุษย์แม้ร่าง                    มีสลาย

หวังสุข ณ สัมปราย                 ภพหน้า

อย่าหวงอยู่เลยกาย                สูญเอย

บริจาคดวงตาหล้า         จะซ้องสาธุการ”

ประจำปี 2529

“แม้ร่างลับดับสังขาร์              แต่ดวงตาคงอยู่ได้

        สถิตอยู่คู่ดวงใจ              อับซาบซึ้งถึงบุญคุณ”

ประจำปี 2530

“ร่างกายของท่านไม่อาจดำรง  แต่ดวงตาและความดีของท่านย่อมเป็นนิรันดร์ได้”

ประจำปี 2531

“ดวงอาทิตย์ส่องโลก  ดวงตาของท่านส่องชีวิตเพื่อนมนุษย์”

ประจำปี 2532

“สรรพสัตว์ร่างลับดับไป คงไว้เขี้ยวเล็บขนหนัง มนุษย์แม้ร่างกายไม่จีรัง ดวงตายังเป็นประโยชน์แสนได้แทนตน”

ประจำปี 2533

“ยามที่ท่านมองเห็น เขามองไม่เห็น ยามที่ท่านไม่ได้มองอีกแล้ว ก็ขอให้เขาได้เห็นเถิด”

ประจำปี 2534

“ขอจงอย่าตายเปล่าอย่างเน่าเปื่อย  ไหลเรื่อยไปตามวงแห่งสงสาร  บริจาคดวงตามหาทาน  จะยืนนานในกุศลแห่งผลบุญ”

ประจำปี 2535

“แม้รูปท่านมลาย ดับสลายจากโลกนี้  ดวงตาคือความดี ที่ฝากไว้ในใจชน”

ประจำปี 2536

“ดวงใจของท่านกรุณา  ดวงตาของท่านช่วยเหลือ  สองสิ่งสองคุณจุนเจือ เอื้อเฟื้อแสงเทียนส่องทาง”

 ประจำปี 2537

“อุทิศดวงตาให้คนได้เห็น   นับเป็นเมตตามหากุศล

ประจำปี 2538

“อย่าปล่อยให้เทียนดับลับโลกไป   ส่งเทียนให้คนอื่นเห็นเป็นกุศล”

 ประจำปี 2539

“ผู้บริจาคดวงตา  คือผู้มีจิตสว่างทั้งโลกนี้และโลกหน้า”

ประจำปี 2540

          “ดวงตาเราคู่นี้แสนมีค่า          เกินกว่าจะทิ้งไปให้สูญเปล่า

     เราไม่อยู่ เราไม่ใช้ นัยน์ตาเรา          ให้คนเขาเก็บไว้ไช้ เราได้บุญ”