เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเวลามาตรวจตาแล้ว คนไข้บางคนได้วิตามินบำรุงสายตากลับบ้านไป บางคนกลับบ้านตัวเปล่ายาหยอดตาก็ไม่ได้ อายุก็พอๆกัน ทำไมถึงได้ยาไม่เหมือนกัน แล้วเมื่อไหร่คุณหมอจะสั่งวิตามินบำรุงสายตา คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในใจหลายๆคน มาดูกันว่าใครที่สมควรได้วิตามินบำรุงสายตา

8

               ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่าการให้วิตามิน C, E เบต้าแคโรทีน, ธาตุสังกะสี และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป (Moderate Age-Related Macular Degeneration) ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคจอประสาทตาเสื่อมเพียงเล็กน้อยอาจไม่ได้ประโยชน์เท่าไรนักจากการทานวิตามินดังกล่าว โดยหมอตาจะเป็นผู้ประเมินระดับความเสื่อมของจอประสาทตาจากการขยายม่านตา ดังนั้นถ้ามาตรวจตาแล้วไม่ได้วิตามินกลับไปทาน  นั่นแสดงว่า จอประสาทตายังสุขภาพดีอยู่ หรือเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ถ้าอย่างนั้นเรามีวิธีการบำรุงสายตาโดยการทานอาหารเสริมได้หรือไม่? จากการวิจัยของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ พบว่า การรับประทานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังต่อไปนี้ มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาได้

9

               วิตามินA เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา และมีบทบาทสำคัญในการมองเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง

               10

               วิตามินB มีการศึกษาพบว่าวิตามิน B1 และB12 อาจมีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด

11

               วิตามิน C เป็นที่รู้จักกันดีของการชะลอความแก่ของร่างกาย ด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) นอกจากนี้ ที่ตายังพบว่า อาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผลไม้ที่มีวิตามิน C มากได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ส่วนผัก ได้แก่พวกกะหล่ำดอก บร็อคโคลี่

12

               วิตามิน E ก็เป็นวิตามินอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา และจากการศึกษาพบว่า อาจมีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ใน น้ำมันธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง

13

               เบต้าแคโรทีน (Betacarotene) เป็นสารตั้งต้นของวิตามินA ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในการมองเห็นในกลางคืนเช่นเดียวกับวิตามินA พบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง ข้อควรระวังคือการรับประทานเบต้าแคโรทีนในรูปอาหารเสริมมากไปในคนที่สูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งปอดได้

14

               ลูทีน และ ซีแซนทิน (Lutein and Zeaxanthin)เป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในจุดรับภาพที่จอประสาทตา และเลนส์ตา มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่า มีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อม พบมากในผักโขม ไข่แดง ข้าวโพด บร็อคโคลี่

15 16

               ซีลีเนียม (Selenium) เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่ต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก โดยพบได้ใน หอยนางรม หอยลาย ตับไก่ เมล็ดทานตะวัน

17

               สังกะสี(Zinc) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และจากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมที่เป็นอยู่แล้ว เป็นช้าลง โดยแหล่งที่พบสังกะสีได้แก่ หอยนางรม ตับ เนื้อสัตว์

Ginkgo 19

               สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) นอกจากคุณสมบัติเพิ่มเลือดไหลเวียนไปที่สมองแล้ว ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ในทางตา จากการศึกษาเร็วๆ นี้พบว่า อาจช่วยรักษาลานสายตาผิดปกติในต้อหินบางชนิดได้

20

               โอเมก้า 3 (Omega-3) เป็นกรดไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง ซึ่งพบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ผลไม้ที่พบได้ เช่น ผลกีวี่  จะเห็นได้ว่า อาหารที่มีคุณสมบัติบำรุงสายตานั้นมีอยู่รอบๆตัวเรา หลายชนิดที่สามารถปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได้ ดังนั้นคุณก็สามารถถนอมสายตาและมีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องใช้ยาบำรุงใดๆเลย

Reference
1)Bartlett,Ophthal.Physiol.Opt.2004 24:339-349
2)The Eye Digest (published by University of Illinois Eye and Ear Infirmary) available from URL; http://www.agingeye.net/visionbasics/nutritionandvision.php