ประวัติความเป็นมา

      เนื่องด้วยในประเทศไทย มีผู้ประสพปัญหาทางการมองเห็นอยู่เป็นจำนวนมากที่มีสาเหตุจากโรคกระจกตา หรือตาดำ ซึ่งศัพท์ทางแพทย์ เรียกว่า Cornea อันอาจจะรักษาให้หาย หรือทุเลาได้ โดยวิธีการผ่าตัด ที่เรียกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา หรือ Corneal Transplantaiton(Keratoplasty) ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยควรจะมีศูนย์ดวงตา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกระจกตาอย่างในอารยะประเทศด้วยการปรึกษา ร่วมกันระหว่าง พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์  (ในขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภากาชาดไทย) ศาสตราจารย์นายแพทย์กอบชัย พรหมินทะโรจน์  และ นายแพทย์พิศักดิ์ สุ่มสวัสดิ์ มีความเห็นพ้องกันว่า สภากาชาดไทยซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลมีความเหมาะสมทุกประการที่จะเป็นศูนย์กลางในการรับบริจาคดวงตา  เพื่อจะได้นำดวงตาเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์ต่อไป ในปี…

ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จัดการฝึกปฎิบัติจริงการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ตามโครงการปฏิบัติการจริงเทคนิคการ

 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้จัดการฝึกปฏิบัติจริง ตามโครงการปฏิบัติการจริงเทคนิคการผ่าตัดและช่วยผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เป็นผู้ควบคุมการฝึกปฏิบัติในครั้งนี้ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริการวิชาการแก่จักษุแพทย์และพยาบาลห้องผ่าตัด และเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยกระจกตาพิการของจักษุแพทย์ และพยาบาลโรงพยาบาลเครือข่ายศูนย์ดวงตา อันจะส่งผลให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ในภูมิภาคของผู้ป่วย และลดระยะเวลาการรอคอยการทำผ่าตัด ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี  

ผู้ป่วยกระจกตา แสดงความขอบคุณศูนย์ดวงตา ในการจัดหาและบริการดวงตา

  น.ส.อลิสา  เบิกคำ  อายุ 50 ปี จักษุแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นโรคติดเชื้ออย่างรุนแรงที่กระจกตาด้านขวา แพทย์ได้ขอจองดวงตามายังศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2556 ต่อมาได้รับดวงตาบริจาคและทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเมื่อวัน 27 กันยายน 2556 โดยวันนี้ ( 3 มีนาคม 2558)  น.ส.อลิสา  เบิกคำ  ได้เดินทางมาขอบคุณเจ้าหน้าที่ศูนย์ดวงตา ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการจัดหาและบริการดวงตา จนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

สื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์ดวงตา

         ขั้นตอนการขอรับบริการเยื่อหุ้มรก/เยื่อตาขาว Preserved Amniotic Membrane/Sclera โครงการ Let Them See Love 2019 รายงานประจำปี ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย 2562 รายงานประจำปี ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย 2561   รายงานประจำปี ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย 2560     โรลอัพศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย  ใบแสดงความจำนงบริจาคดวงตา  หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตัวอย่างบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงงบริจาคดวงตา Backdrop  eyebankthai Logo…

วิสัยทัศน์ศูนย์ดวงตา

วิสัยทัศน์ “หาดวงตาได้เพียงพอ  ผู้ป่วยรอไม่นาน  ศูนย์ดวงตามาตรฐาน  บริการครบวงจร” ภารกิจหลัก           จัดเก็บและรวบรวมดวงตาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว ด้วยเทคนิคมาตรฐานสากล เพื่อมอบให้กับจักษุแพทย์นำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วย อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ตลอดจนการส่งเสริมการให้บริการทางการแพทย์ พันธกิจ เป็นศูนย์กลางในการรับแสดงความจำนงบริจาคดวงตาจากผู้มีกุศลจิต เป็นศูนย์กลางการจัดเก็บและรวบรวมดวงตาจากผู้เสียชีวิต เพื่อมอบให้โรงพยาบาลหรือจักษุแพทย์สำหรับนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วย เป็นศูนย์กลางประสานงานให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการ ได้รับการรักษาจากจักษุแพทย์ อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมและให้ความรู้ ตลอดจนเทคนิคใหม่ๆ แก่บุคลากรทางการแพทย์ ในเรื่องของการจัดเก็บดวงตา การรักษาโรคผิวดวงตาและโรคกระจกตา ตลอดจนประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคตาและวิธีถนอมดวงตา กลยุทธ์ พัฒนาระบบบริการและการจัดการให้เป็นศูนย์กลางแห่งชาติด้านดวงตา พัฒนารูปแบบการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการเคลื่อนไหวทางสังคม ให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และครอบคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พัฒนาสมรรถภาพและความรู้ความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง…

คำขวัญพระราชทาน

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานให้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ประจำปี 2519 “การรู้จักฝึกตนให้เป็นผู้รู้จักสละบ้างเป็นมงคลแก่ตนเองอย่างยิ่ง  ยิ่งเป็นการสละดวงตาเพราะตระหนักว่า  อย่าว่าแต่ดวงตาที่เป็นอวัยวะส่วนน้อยเลย  ตายไปแล้ว  แม้แต่ร่างของตัวที่เป็นสุดที่รักยังเอาติดไปไม่ได้ ดังนี้ด้วยแล้ว  ย่อมบ่งให้เห็นชัดว่าเป็นผู้ที่น่ายกย่องสรรเสริญ” ประจำปี 2520 “เรือนกายอันเป็นที่รัก  เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว  ก็ต้องสูญสลายไปไม่เป็นประโยชน์อันใดแก่ใคร แต่ผู้สละดวงตาไว้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยนั้นยังได้ฝากสิ่งที่รัก แม้เป็นส่วนน้อยนิดหนึ่ง ไว้ให้ส่องสว่างเป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ให้ยืนยาวต่อไปได้  จึงนับว่าเป็นผู้มีน้ำใจเป็นกุศล ฉลาดอย่างยิ่งในการบริจาคทานและชื่อว่าได้บำเพ็ญบารมีขั้นสูงในทางทานด้วย” ประจำปี 2521 “การสละอวัยวะร่างกายให้เป็นทาน  เป็นการบำเพ็ญทานบารมีขั้นสูงในทาง  พระพุทธศาสนา  ผู้สละดวงตาให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นชื่อว่าได้สร้างทานบารมีขั้นสูงนั้นไว้สมบูรณ์เต็มเปี่ยม” ประจำปี 2522…